กลอนสดสำหรับกล่าวส่งผู้วายชนม์09
กลอนสดสำหรับกล่าวส่งผู้วายชนม์
ชื่อผู้วายชนม์ : พลเรือตรี รองศาสตราจารย์ ทองใบ ธีรานันทางกูร
ความสัมพันธ์ : บุตร–บิดา
อายุ : ๑๐๕ ปี
สถานที่ประกอบพิธี : วัดเครือวัลย์วรวิหาร ฌาปนสถานกองทัพเรือ
วันที่ : ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๙๒
สถานการณ์
ใช้สำหรับช่วงกล่าวไว้อาลัยหรือกล่าวส่งผู้วายชนม์ โดยเฉพาะช่วงท้ายของพิธี เพื่อเตือนใจผู้ที่ยังอยู่ให้รู้จัก ปล่อยวางความยึดมั่น ความเศร้า และสิ่งที่ไม่อาจย้อนกลับคืนมาได้ แล้วน้อมนำความดีของผู้จากไปไว้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตต่อไป
บทกลอน
กลอนปล่อยวาง
ชีวิตคนเหมือนสายธารที่ผ่านไหล
ไม่มีใครหยุดเวลาไว้ได้หนา
เมื่อถึงคราวต้องพรากจากกันมา
จงปล่อยวางด้วยปัญญาอย่าฝืนธรรมขอส่ง......ด้วยรักและอาลัย
แม้หัวใจยังเศร้าเฝ้าคร่ำครวญ
แต่ชีวิตต้องเดินไปตามกระบวน
จงทบทวนความจริงแล้วปล่อยวางสิ่งที่ผ่านแล้วนั้นให้ผ่านเถิด
สิ่งที่เกิดย่อมดับไปตามหนทาง
สิ่งที่จากอย่าฝืนเหนี่ยวรั้ง
เพราะทุกอย่างล้วนเป็นไปตามธรรมดาเราเคยรักจึงย่อมมีความคิดถึง
เราเคยซึ้งจึงย่อมมีน้ำตา
แต่เมื่อถึงเวลาต้องจากลา
จงรักษาความดีไว้แทนความเศร้าอย่ายึดติดร่างกายที่ล่วงลับ
อย่ายึดกับอดีตที่ผ่านแล้ว
เก็บความดีของ......ไว้เป็นแนว
แล้วก้าวแคล้วเดินต่ออย่างเข้าใจปล่อยความทุกข์ให้ลอยไปกับสายลม
ปล่อยความตรมให้คลายจากใจได้
เหลือความรัก ความดี และอาลัย
เป็นแรงใจให้ผู้ยังอยู่สู้ต่อไปเมื่อถึงคราวต้องจากอย่าหวั่นไหว
เพราะไม่มีสิ่งใดอยู่คงมั่น
วันนี้เขาจากไปตามกาลวัน
วันหนึ่งนั้นเราก็ต้องจากไปจงปล่อยวางด้วยใจที่สงบ
ยอมรับกฎธรรมดาของโลกไว้
ทำความดีในวันที่ยังหายใจ
แล้วจากไปอย่างมีความหมาย...เมื่อถึงวัน
ธรรมะประจำบท
การปล่อยวาง มิใช่การไม่รัก ไม่คิดถึง หรือไม่รู้สึกเศร้า แต่คือการรู้จักยอมรับความจริงว่า สิ่งทั้งหลายย่อมมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย
เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักจากไป ความเสียใจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ แต่เมื่อมีสติ เราสามารถค่อย ๆ วางความยึดมั่นลง และเปลี่ยนความอาลัยให้เป็นพลังแห่งความดี
การปล่อยวางจึงไม่ใช่การลืมผู้จากไป หากคือ การเก็บความรักและความดีไว้ โดยไม่ปล่อยให้ความเศร้าครอบงำชีวิตของผู้ที่ยังอยู่
ข้อคิดสำหรับผู้ฟัง
ปล่อยวาง มิใช่ปล่อยให้ความรักหายไป
แต่คือการวางความทุกข์ลง แล้วเก็บความรักและความดีไว้ในหัวใจ
สิ่งใดผ่านไปแล้ว ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้
สิ่งใดจากไปแล้ว ฝืนเหนี่ยวรั้งไม่ได้
แต่สิ่งหนึ่งที่เรายังทำได้ คือ นำบทเรียนและความดีจากวันวาน มาใช้สร้างวันพรุ่งนี้
คำกล่าวปิดของพิธีกร
วันนี้พวกเรามาส่ง ...... ด้วยความรักและความอาลัย
ความเศร้าที่เกิดขึ้นในวันนี้ เป็นเพราะครั้งหนึ่งเราเคยมีความผูกพันต่อกัน และเมื่อถึงเวลาพลัดพราก หัวใจย่อมรู้สึกอาลัยเป็นธรรมดา
ขอให้ทุกท่านค่อย ๆ วางความเศร้าลง
ไม่ใช่เพราะเราไม่รักผู้จากไป
แต่เพราะเรารัก และต้องการให้ความดีของท่านดำรงอยู่ต่อไป
จากวันนี้ เราอาจไม่มีโอกาสได้พบหน้า
ไม่มีโอกาสได้ยินเสียง
ไม่มีโอกาสได้พูดคุยเหมือนที่ผ่านมา
แต่เรายังสามารถระลึกถึงท่านได้ด้วยการ ทำความดี
เมื่อคิดถึงท่าน จงทำความดี
เมื่ออาลัยท่าน จงทำประโยชน์
เมื่ออยากตอบแทนท่าน จงดำเนินชีวิตให้เป็นคนดี
ขอให้พวกเราน้อมรับความจริงของชีวิตด้วยสติ และปล่อยวางสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ พร้อมก้าวเดินต่อไปด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง
จากไปแล้วจงวางความเศร้า
เหลือเพียงเงาความดีที่สร้างไว้
เก็บความรักเป็นแสงส่องกลางใจ
แล้วก้าวต่อไปด้วยธรรม...อย่างสงบ

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น