กลอนสดสำหรับกล่าวส่งผู้วายชนม์10
กลอนสดสำหรับกล่าวส่งผู้วายชนม์
ชื่อผู้วายชนม์ : พลเรือตรี รองศาสตราจารย์ ทองใบ ธีรานันทางกูร
ความสัมพันธ์ : บุตร–บิดา
อายุ : ๑๐๕ ปี
สถานที่ประกอบพิธี : วัดเครือวัลย์วรวิหาร ฌาปนสถานกองทัพเรือ
วันที่ : ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๙๒
สถานการณ์
ใช้สำหรับช่วงกล่าวไว้อาลัยหรือกล่าวส่งผู้วายชนม์ โดยเนื้อหามุ่ง เตือนใจผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้เห็นความไม่แน่นอนของชีวิต ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต รู้จักทำความดี รักและดูแลกันในขณะที่ยังมีโอกาส
บทกลอน
กลอนเตือนใจ
วันนี้เรามาส่งคนหนึ่งแล้ว
พรุ่งนี้แล้วใครเล่าจะเป็นหนา
ไม่มีใครรู้ได้ในเวลา
ว่าวันใดจะถึงคราวของเราเองชีวิตนั้นสั้นนักอย่าประมาท
วันเวลาพลั้งพลาดแล้วรีบเร่ง
สิ่งใดดีจงทำอย่ากลัวเกรง
อย่าปล่อยเพลงชีวิตให้ผ่านไปขอส่ง......ด้วยรักและอาลัย
การจากไปเตือนใจคนทั้งหลาย
เมื่อยังอยู่จงสร้างสิ่งดีไว้
ก่อนจะสายเกินแก้เมื่อแก่ตัวหากรักใครจงบอกว่ารักเถิด
หากทำผิดจงขอขมาอย่าหวาดกลัว
หากมีใครเคยช่วยเหลือจงตอบแทนทั่ว
อย่าปล่อยตัวรอวันพรุ่งนี้เรื่อยไปอย่ารอให้คนรักจากไปก่อน
จึงย้อนคิดถึงคุณค่าที่สดใส
อย่ารอจนไม่มีโอกาสแก้ไข
แล้วร้องไห้เสียดายเมื่อสายเกินวันนี้เขานอนสงบนิ่งตรงหน้า
เป็นธรรมดาแห่งชีวิตที่เผชิญ
วันหนึ่งเราก็ต้องเดินตามทางเดิน
จึงควรเร่งสร้างความดีทุกนาทีขอให้การจากไปของ......ครั้งนี้
เป็นบทเรียนความดีที่ควรมี
ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาททุกนาที
และทำดีตราบเท่าที่ยังหายใจ
ธรรมะประจำบท
การมางานศพมิใช่เพียงการมาส่งผู้ล่วงลับ แต่เป็นโอกาสให้ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ ระลึกถึงความตายและความไม่แน่นอนของชีวิต
เมื่อเห็นผู้หนึ่งจากไป เราควรถามตนเองว่า หากวันหนึ่งถึงคราวของเรา เราได้สร้างความดีอะไรไว้แล้วบ้าง ได้ดูแลคนที่เรารักเพียงพอหรือยัง และมีสิ่งใดที่ควรรีบทำก่อนจะไม่มีโอกาส
การเตือนใจที่ดีที่สุดมิใช่การกลัวความตาย แต่คือ การใช้ชีวิตในปัจจุบันอย่างมีสติและไม่ประมาท
ข้อคิดสำหรับผู้ฟัง
งานศพของเขา คือธรรมะเตือนใจของเรา
วันนี้เรามาส่งเขา
วันหนึ่งคนอื่นจะมาส่งเรา
วันนี้เรายังมีโอกาสทำความดี
จงอย่าปล่อยโอกาสนั้นให้ผ่านไป
จงรักกันในวันที่ยังมีโอกาส
จงให้อภัยกันในวันที่ยังพูดกันได้
จงดูแลกันในวันที่ยังมีกัน
และจงทำความดีในวันที่ยังมีลมหายใจ
คำกล่าวปิดของพิธีกร
วันนี้พวกเรามาส่ง ...... เป็นครั้งสุดท้าย
แต่ในขณะเดียวกัน การจากไปของท่านก็ได้ฝากข้อธรรมสำคัญไว้กับพวกเราทุกคน
คนที่นอนอยู่เบื้องหน้า คือผู้ที่เดินทางมาถึงปลายทางก่อนเรา
ส่วนพวกเราที่ยังยืนอยู่ตรงนี้ ก็กำลังเดินทางไปตามเส้นทางเดียวกัน เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น
ดังนั้น ขออย่าให้การมางานศพในวันนี้จบลงเพียงความเศร้าและน้ำตา แต่ขอให้จบลงด้วย สติและความไม่ประมาท
กลับไปจากที่นี่แล้ว
จงกลับไปกอดคนที่เรารัก
จงกลับไปดูแลพ่อแม่
จงกลับไปคืนดีกับคนที่เคยขัดแย้ง
จงกลับไปทำความดีที่ยังค้างอยู่
เพราะเราไม่รู้ว่า พรุ่งนี้จะยังมีโอกาสเหมือนวันนี้หรือไม่
ขอให้การจากไปของ ...... เป็นเครื่องเตือนใจพวกเราว่า
ชีวิตมีวันสุดท้าย
เวลาไม่มีวันย้อนกลับ
โอกาสไม่มีอยู่ตลอดไป
เมื่อยังมีลมหายใจ...จงรีบทำความดี

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น